อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูยำปลาทู
อาหารประเภทยำนั้นถือว่าเป็นอาหารไทยที่มีรสเฉพาะตัว
คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ดมีส่วนประกอบหลักคือ เนื้อสัตว์ หรือพืชผักบางชนิด
นำมาคลุกปรุงกับน้ำยำ น้ำยำมีหลากหลายรส
ทำให้อาหารยำมีรสชาติต่างๆไม่เหมือนกัน
น้ำยำมีหลายชนิดและหลายวิธีทำ
เช่น น้ำยำแบบมีน้ำพริกเผาเป็นตัวปรุงรส
หรือน้ำยำที่มีพริกขี้หนู น้ำมะนาวเป็นตัวปรุงรสก็มี
ปลาทูที่นำมายำจะเป็นปลาทูสดหรือปลาทูนึ่งก็ได้แต่ต้องนำมาย่างไฟเท่านั้น
จึงจะได้กลิ่นหอมและรสชาติที่ไม่เพี้ยน
เพราะถ้านำไปทอดในน้ำมันเมื่อนำมายำจะได้รสและกลิ่นของน้ำมันทำให้ไม่หอมเท่าการย่าง
ที่สำคัญเราจะได้ไม่ต้องกินน้ำมันมากเกินไปเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ที่จะตามมา
นับว่าเมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ทางโภชนาการ 1 ที่
อาหาร
|
น้ำหนัก
(กรัม)
|
พลังงาน
กิโลแคลอรี่
|
คาร์โบไฮเดรต
|
โปรตีน
|
ไขมัน
|
ปลาทู
|
60
|
74
|
-
|
14
|
2
|
น้ำตาล
|
5
|
20
|
5
|
||
รวมพลังงาน 1 จาน 94
กิโลแคลอรี่
|
|||||
คุณค่าโภชนาการของยำปลาทู 1
ที่
ให้พลังงาน94 กิโลแคลอรี โดยให้โปรตีนประมาณ 14กรัม
ซึ่งนับว่าเป็นอาหารว่างที่ให้โปรตีนสูงมาก
โดยโปรตีนส่วนใหญ่มาจากเนื้อปลาทูจึงเป็นโปรตีน
ที่มีคุณภาพสูง
ส่วนปริมาณไขมันในยำปลาทูมีค่อนข้างต่ำ
ยำปลาทูเมื่อกินพร้อมแตงกวา
ถั่วฝักยาว ใบชะพลู จะทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น
เนื่องจากผักมีสีเขียวเข้มจึงเป็นแหล่งที่ดีของบีต้าแคโรทีน
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อร่างกายชนิดหนึ่งเนื่องจากยำปลาทูประกอบไปด้วยพืชผักหลายชนิด
จึงให้ใยอาหารค่อนข้างดี
ให้ธาตุเหล็กค่อนข้างสูง
คือประมาณ
1 ใน 3 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภค
(แนะนำ 15 มิลลิกรัมต่อวัน) และให้แคลเซียมประมาณร้อยละ 42
(แนะนำ 800 มิลลิกรัมต่อวัน)
สำหรับโคเลสเตอรอลจะมีประมาณร้อยละ 38 (ควรบริโภคไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน) ซึ่งมาจากเนื้อปลาทูนั่นเอง เนื่องจากโคเลสเตอรอลจะมีอยู่เฉพาะในอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เท่านั้น
สำหรับโคเลสเตอรอลจะมีประมาณร้อยละ 38 (ควรบริโภคไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน) ซึ่งมาจากเนื้อปลาทูนั่นเอง เนื่องจากโคเลสเตอรอลจะมีอยู่เฉพาะในอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เท่านั้น
![]() |
| ส่วนผสมต่างๆเมนู ยำปลาทู |
ส่วนผสม
ปลาทูนึ่ง
1 แข่ง
ตะไคร้ซอย 4-5 ต้น
หอมแดงซอย 5-6
หัว
พริกแห้ง 4-5
เม็ด
ใบสะระแหน่
ถั่วลิสงคั่ว หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์
น้ำยำ
พริกขี้หนูสดซอย 4-5
เม็ด
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
นำปลาทูนึ่งมาย่างแกะก้างออกบิปลาทูเป็นชิ้นๆเอาเนื้อมายีๆ
ให้เนื้อปลาทูแตกฟูเสร็จแล้วพักไว้น้ำยำโดยผสมน้ำมะนาว
น้ำปลา น้ำตาล
ให้เข้ากันแล้วชิมรสตามความพอใจ
นำตะไคร้ซอย หอมแดงซอย พริกขี้หนูสดซอย
คลุกเคล้ากับเนื้อปลาทูที่ยีไว้แล้วให้เข้ากัน
ใส่พริกแห้งเม็ดมะม่วงหิมพานต์
ใบสะระแหน่
พอสวยงามเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน เสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ
| เคล็ดลับ
1. เลือกตะไคร้ต้นอ่อนๆจะทำให้ไม่แข็งเคี้ยวง่าย
เมื่อยำแล้วสีสวยน่ากิน
2. ผักเลือกที่สดๆใบชะพลูเลือกที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป
3. ใช้ปลาทูนึ่งนำมาย่างจะย่างง่ายกว่าปลาทูสด
ควรใช้เตาถ่านในการย่าง
จะทำให้ปลาทูมีกลิ่นหอมมากกว่าย่างด้วยเตาแก๊ซ
4. ใช้ใบตองในการห่อย่างจะทำให้มีกลิ่นหอม
|


น่ากินมาก. มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย
ตอบลบน่ากินมาก
ตอบลบน่ากินจัง
ตอบลบน่ากินมากๆๆๆมีประโยชน์เยอะแยะ
ตอบลบยิ่งดูยิ่งอยากกินอ่ะ
ตอบลบถ้าว่างจะทำกินนะ น่ากินมากอะ
ตอบลบน้ำลายไหล
ตอบลบน้ำลายไหล
ตอบลบอยากกินอ่ะ เปรี้ยวปาก lovelyday1993.blogspot.com ฝากบล็อคเค้าด้วยน้าาา
ตอบลบน่าทานมากกกกก
ตอบลบของชอบเลย
ตอบลบน่ากินใช่ไหม
ลบของชอบเลย
ตอบลบน่ากินมากค้าาา
ตอบลบน่ากินค่ะ เป็นยำที่มีประโยขน์มาก
ตอบลบน่ากินจัง
ตอบลบได้ทั้งเมนูได้ทั้งประโยชน์ต่อร่างกาย
ตอบลบขอบคุณมากค่ะ
ลบปลาทูของชอบเลย ขอคุณสำหรับเมนูอาหารนะคะ^^
ตอบลบน่ากินมากๆเลยชอบๆ
ตอบลบเป้นเมนูที่มีประโยชน์
ตอบลบ